center

ประวัติระนาดทุ้ม

 

ความเป็นมาของระนาดทุ้ม
            ระนาดทุ้ม เป็นเครื่องดนตรีที่คิดสร้างกันขึ้นในรัชกาลที่ 3 กรุงรัตนโกสินทร์ เลียนแบบระนาดเอก แต่ลูกระนาดก็คงทำด้วยไม้ชนิดเดียวกับระนาดเอก เป็นแต่เหลาลูกระนาดให้มีขนาดกว้างและยาวกว่าลูกระนาดเอก และประดิษฐ์รางให้มีรูปร่างต่างจากระนาดเอก คือมีรูปคล้ายหีบไม้ แต่เว้ากลางเป็นทางโค้ง มี “โขน” ปิดทางด้านหัวและด้านท้าย วัดจากปลายโขนทางหนึ่ง ไปยังอีกทางหนึ่ง ยาวประมาณ 124 ซม. ปากรางกว้างประมาณ 22 ซม. มีเท้าเตี้ยๆ รอง 4 มุมราง บางทีเท้าทั้ง 4 นั้น ทำเป็นลูกล้อติดให้เคลื่อนย้ายได้ง่าย ลูกระนาดทุ้มมีจำนวน 17 หรือ 18 ลูก ลูกต้นยาวประมาณ 42 ซม. กว้าง 6 ซม. ลูกต่อมาก็ลดหลั่นลงนิดหน่อย และลูกยอดมีขนาด 34 ซม. กว้าง 5 ซม. ไม้ตีก็ประดิษฐ์แตกต่างออกไปด้วย เพื่อต้องการให้มีเสียงทุ้มเป็นคนละเสียงกับระนาดเอก จึงเลยบัญญัติชื่อระนาดชนิดนี้ว่า “ระนาดทุ้ม” (ธนิต อยู่โพธิ์ 14 : 2513)

    1. ส่วนประกอบของระนาดทุ้ม

ระนาดทุ้มมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ
1. ผืนระนาด นิยมใช้ไม้ไผ่บง นำมาผ่าซีก เรียกว่าการเกียกไม้ และนำไปแช่น้ำเพื่อเป็นการปรับความชื้นของเนื้อไม้และเป็นการป้องกันมอดปลวกเป็นเวลาหลายเดือน แล้วจึงนำมาอบแห้ง ซึ่งเรียกว่า การคาไฟ จนกระทั่งแห้งสนิทแล้วจึงนำมาเหลาขึ้นรูปให้ได้ขนาดยาวสั้นตามต้องการ เจาะรูร้อยเชือก เทียบเสียงโดยการใช้ผงตะกั่วผสมขี้ผึ้งบริสุทธิ์จนได้ที่หลอมปั้นเป็นลูกกลม ติดแต่งบริเวณหัวและท้ายของลูกระนาดเพื่อให้ได้ระดับเสียงตามต้องการ ผืนระนาดทุ้มนั้นจะมีจำนวน 17-18 ลูก  ลูกเสียงต่ำสุดมีความยาวประมาณ 42 ซม. กว้าง 6 ซม. ลูกเสียงสูงสุด มีความยาวประมาณ 35 ซม. กว้างประมาณ 5 ซม.
2. รางระนาด รางระนาดทุ้มนั้นจะมีรูปร่างคล้ายกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำหน้าที่เป็นกล่องเสียง ที่มุมทั้งสองข้างมีแผ่นไม้ปิดหัวท้าย เรียกว่าโขน ซึ่งมีตะขอเล็กๆทำหน้าที่เกี่ยวเชือกร้อยผืนระนาดให้ลอยได้ระดับอยู่เหนือราง ด้านล่างทั้งสี่มุมจะมีชิ้นไม้เล็กๆวางรอง เรียกว่า เท้าระนาด
3. ไม้ระนาดทุ้ม ก้านไม้ทำจากไม้ไผ่แก่จัดเหลายาว ตอนปลายเว้นไว้เป็นปุ่มสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆ เพื่อเป็นตัดยึดหัวไม้ จากนั้นนำผ้าดิบตัดให้เป็นเส้นยาวได้ขนาดพอเหมาะ นำมาหมุนพันรอบปุ่มไม้นั้น เมื่อได้ขนาดที่ต้องการแล้วจึง สักด้าย (พันด้าย) ทับเพื่อความแข็งแรงทนทานและสวยงาม และจึงพันผ้าดิบรอบด้านของหัวไม้อีกครั้ง ไม้ของระนาดทุ้มนั้นจะมีความนุ่น และขนาดของปื้นไม้ที่ใหญ่กว่าไม้นวมของระนาดเอก
3. วิธีการตีระนาดทุ้ม ( เกณฑ์มาตรฐานดนตรีไทย และ เกณฑ์การประเมิน 2544 : 90-103 )
2.2.1 ท่านั่ง
นั่งขัดสมาธิราบ หรือนั่งพับเพียบ ลำตัวตรง นั่งอยู่ระหว่างกึ่งกลางรางระนาดทุ้มโดยขาผู้บรรเลงอยู่ห่างจากรางระนาดทุ้มประมาณ 4 นิ้วฟุต
2.2.2 ท่าจับไม้ตีระนาดทุ้ม
1. การจับแบบปากกา
หงายฝ่ามือจับไม้ตีข้างละอัน ให้ก้านไม้ตีพาดอยู่ในร่องกลางอุ้งมือพร้อมกับใช้นิ้วกลาง นาง และก้อย จับก้านไว้และเหยียดนิ้วหัวแม่มือแตะที่ด้านข้างไม้ตี ปลายนิ้วชี้กดที่ด้านล่างของก้านไม้  ณ ประมาณจุดกึ่งกลางไม้ตีให้พอเหมาะแก่การคุมน้ำหนักของไม้ แล้วจึงคว่ำมือลงเมื่อพร้อมที่จะเริ่มตีแขนทั้งสองอยู่ข้างลำตัวตามธรรมชาติ และงอข้อศอกเป็นมุมฉาก
2.การจับแบบปากนกแก้ว
คือจับแบบปากกา แต่ปลายนิ้วชี้ไพล่ลงข้างไม้ด้านนิ้วกลางให้ตั้งฉากกับก้านไม้ตีประมาณ 1 องคุลี (ประมาณข้อนิ้วมือข้อแรก)